Skip to main content

Flower of Evil

ชื่อเรื่อง : 악의 꽃 / Flower of Evil
ประเภท : เมโลดราม่า ลึกลับ ระทึกขวัญ
จำนวนตอน : 16
ออกอากาศช่อง : tvN
ช่วงเวลาออกอากาศ : 29 ก.ค. 2020 - 17 ก.ย. 2020
วันเวลาออกอากาศ : พุธ - พฤหัส 20.50 น.

สปอยตอนที่ 11


ในวันที่คลอดอึนฮา  จีวอนร้องไห้ด้วยความตื้นตันดีใจที่ได้เห็นหน้าลูก  แต่ฮยอนซูกลับเป็นกังวลกลัวว่าลูกจะไม่ชอบเขา  ฮยอนซูไม่เข้าใจที่เห็นอึนฮาร้องไห้  จีวอนจึงอธิบายว่าลูกอาจจะมีความรู้สึกเหมือนพวกเขา เพียงแต่ยังพูดไม่ได้
---------------------------------------------------------------------

โทแฮซูหาข้อมูลสายรัดข้อมือสีเขียว ซึ่งเป็นของที่ระลึกในวันเปิดพิธีของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอิลชิน  และมีแพทย์อาสาสมัครจำนวนมาก  โดยมีแบคมันอูเป็นประธานในพิธี  แฮซูจึงคิดว่าจะขอความช่วยเหลือจากเขา
 
สายสืบชเวต้องการรู้ความจริงจากจีวอนที่เธอปิดบังเรื่องโทฮยอนซู  เธอจึงบอกว่าเริ่มรู้ระหว่างที่ทำคดีพัคคยองชุน  และโทฮยอนซูก็ไม่รู้ตัวว่าเธอรู้ความจริงแล้ว  สายสืบชเวอยากให้จีวอนทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรเลย  เพราะเขามีหลักฐานเพียงพอที่จะจับฮยอนซู ในฐานะที่ปลอมเป็นแบคฮีซอง แต่จีวอนอธิบายว่าพ่อแม่ของแบคฮีซองยินยอมให้โทฮยอนซูใช้ตัวตนของลูกชายตนเอง  จีวอนคุกเข่าขอร้องสายสืบชเว โดยเอาชีวิตของเธอเป็นเดิมพัน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของสามี ว่าเขาไม่เคยทำร้ายใคร  สายสืบชเวไม่ต้องการให้จีวอนใช้ความรู้สึกที่มีต่อสามีในการทำงาน  จึงขอให้เธอถอนตัวจากภารกิจจับแก๊งค้ามนุษย์ในคืนนี้ และเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็จะจับโทฮยอนซู

 ระหว่างการประชุมวางแผนจับคนร้าย  สายสืบชเวอ้างกับหัวหน้าอีอูชอลว่า  จีวอนติดธุระด่วนเพราะลูกไม่สบาย  เธอจึงต้องถอนตัวจากคดีนี้   แต่จีวอนเดินเข้ามาบอกว่าตอนนี้ลูกอยู่กับคุณยายและอาการดีขึ้นแล้ว

 ฮยอนซูอธิบายแผนการให้มูจินฟัง โดยบอกว่าเขาติดเครื่องดักฟังไว้ในกระเป๋าเงิน  และเขาจะเปิดสัญญาณเครื่องหลังจากที่ประธานยอมได้รับเงินแล้ว  เมื่อได้ข้อมูลสถานที่นัดพบจุดที่สองขอให้มูจินโทรบอกตำรวจทันที  เพราะลูกน้องของประธานยอมจะนำตัวเหยื่อไปที่นั่น

 ฮยอนซูนำเงินเข้าไปให้ประธานยอม และเปิดสัญญาณเครื่องดักฟังตามที่บอกมูจิน  เมื่อรู้สถานที่นัดพบจุดที่สองแล้ว  มูจินจึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที  ฮยอนซูไม่ได้รูปและที่อยู่ของผู้สมรู่ร่วมคิด เพราะแบคมันอูโทรมาบอกประธานยอมว่า  เขาเสนอเงินให้เป็นสองเท่าเพื่อให้กำจัดโทฮยอนซู ซึ่งเป็นสายให้ตำรวจ  จากนั้นประธานยอมจึงสั่งให้ลูกน้องจับฮยอนซูมัดไว้  มูจินได้ยินเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านเครื่องดักฟัง

 เมื่อวางสายจากประธานยอมแล้ว แบคมันอูเดินออกมาเห็นแบคฮีซองรออยู่ที่หน้าห้องและบอกว่าเขากลัวโทฮยอนซู เพราะคิดว่าฮยอนซูคงไม่ยอมปล่อยตัวตนแบคฮีซอง และคงไม่ปล่อยให้เขารอดแน่ๆ  แต่แบคมันอูปลอบลูกว่าไม่ต้องกลัวเพราะเขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น 

ทันใดนั้นเองโทแฮซูก็มากรดกริ่งหน้าบ้านเพื่อขอพบแบคมันอู  โดยบอกว่าเธอคือพี่สาวของโทฮยอนซู  แบคฮีซองจึงกลับเข้าไปหลบในห้อง  กงมีจาอยากรู้ว่าโทแฮซุรู้ข้อมูลอะไรจากโทฮยอนซูบ้าง  เธอจึงบอกว่าน้องชายชมว่าพวกเขาเป็นคนดี  แฮซูเล่าเรื่องของผู้สมรู้ร่วมคิดที่ใส่สายรัดข้อมือสีเขียวมางานศพของพ่อ  เธอขอให้แบคมันอูช่วยหารายชื่ออาสาสมัครในพิธีวันนั้น  เขาไม่ให้เธอคาดหวังอะไรมากนักเพราะมันผ่านมายี่สิบปีแล้ว  ระหว่างที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้น แบคฮีซองแอบฟังอยู่โดยที่กัดเล็บมือตลอดเวลา  ก่อนกลับแฮซูตอบกงมีจาว่า ผู้สมรู้ร่วมคิดไม่มีอะไรโดดเด่นนอกจากเล็บมือซ้ายที่สั้นมาก ราวกับว่าติดนิสัยกัดเล็บ 

ทีมอาชญกรรมรุนแรงสองสามารถจับกุมลูกน้องแก๊งค้ามนุษย์และช่วยเหยื่อทุกรายได้สำเร็จ  เด็กอ้วนคิมอินซองหนึ่งในเหยื่อได้บอกสายสืบอิมโฮจุนว่า เขาดีใจที่จะได้กลับบ้าน   แต่บาร์เทนเดอร์อีแทซอบวิ่งหนีไปได้ และต่อสู้กับสายสืบชเว  จีวอนเข้าไปช่วยไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะถูกอีแทซอบแทง  จีวอนต้องการไปช่วยฮยอนซู  เธอจึงบอกสายสืบชเวว่าขอไปจัดการเรื่องบางอย่าง  เขาจึงบอกว่าอยากทำอะไรก็รีบทำ เพราะพรุ่งนี้เช้าเขาจะจับโทฮยอนซูแล้ว

 มูจินเข้าไปช่วยฮยอนซู แต่โดนลูกน้องของประธานยอมไล่ล่าจนมาถึงที่จอดรถ  เขาหลบอยู่ใต้ท้องรถและแอบไลฟ์สด  โดยบอกว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอันตราย  เพราะแฝงตัวเข้ามาเพื่อรายงานข่าวอาชญากรรมองค์กรค้ามนุษย์อยู่ที่ลานจอดชั้นใต้ดินตึกฮักจิน แขวงแจริม  หากเขาเป็นอะไรไป ขอให้คนดูช่วยแจ้งตำรวจด้วย  ทันใดนั้นเองลูกน้องประธานยอม ก็ลากมูจินออกมาซ้อม  ขณะที่ตำรวจกำลังตามมาช่วย

 ประธานยอมเตรียมหลบหนีและกำลังทำลายหลักฐานทุกอย่าง โดยราดน้ำมันไว้ทั่วห้อง  เพื่อจะเผาไปพร้อมกับฮยอนซูซึ่งถูกมัดอยู่กับตู้เสื้อผ้า  แต่จีวอนมาถึงพอดีก่อนที่ประธานยอมจะจุดไฟแช็ค  ขณะที่จะใส่กุญแจมือ จีวอนเสียท่าถูกประธานยอมบีบคอ  ฮยอนซูทนไม่ได้จึงกระชากเชือกที่มัดจนหลุดและรีบเข้ามาช่วยจีวอนและซ้อมประธานยอมจนสลบ

 จีวอนบอกให้ฮยอนซูรีบหนีไปเพราะตำรวจกำลังจะมา  และสายสืบชเวต้องการจับเขาเพราะรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้ว เธอขอให้สามีหนีไปที่ที่ไม่มีใครหาเจอแม้แต่ตัวเธอและอย่ากลับมาอีกเด็ดขาด  ฮยอนซูตกใจที่จีวอนรู้ความจริงระคนกับความเสียใจที่ต้องหนีจากเธอไป  มูจินรีบวิ่งกลับมาช่วยฮยอนซู  แต่ได้พบกับจีวอน  เขาจึงอ้างว่ามาเก็บข้อมูลเพื่อทำข่าว

 ฮยอนซูขับรถไปด้วยความเสียใจและพยายามโทรหาจีวอนหลายครั้งแต่เธอไม่รับสาย  จีวอนเองก็เสียใจที่ต้องจากกันเช่นนี้  เธอจึงนั่งแท็กซี่ตามไปและพบเขาจอดรถอยู่ข้างทาง  ฮยอนซูร้องไห้เสียใจและขอโทษที่หลอกเธอมาตลอด  เขาเองก็เจ็บปวดที่เห็นเธอต้องเจ็บปวด  จีวอนร้องไห้กอดเขาและบอกว่าเธอช่วยเขาได้เพียงแค่นี้  ฮยอนซูกอดจีวอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้นและบอกว่าเขาอยากกลับบ้าน  จีวอนตัดสินใจพาเขากลับโดยบอกว่าอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด

เมื่อกลับถึงบ้านจีวอนสวมกอดสามีเมื่อเห็นเขายังคงร้องไห้หนักมาก  ในคืนนั้นเขาเล่าเรื่องราวตอนเป็นเด็กให้เธอฟัง  จีวอนแปลกใจที่เห็นเขายังคงใส่นาฬิกาที่เธอซื้อให้  ฮยอนซูจึงตอบว่าใส่แล้วจีวอนจะได้รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน  เธอจึงสารภาพว่าเคยตามเขาไปที่ตึกร้างและได้ยินเขาบอกกับพี่สาวว่าไม่เคยรักเธอเลย  และไม่รู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร  จีวอนจึงบอกเขาว่าทุกสิ่งทุกอย่างและความห่วงใยที่เขามอบให้เธอ มันคือความรัก  จากนั้นฮยอนซูจึงพูดออกมาจากปากของเขาเองว่า เขารักเธอ  และไม่สนใจว่าพรุ่งนี้เช้าจะเกิดอะไรขึ้น  จีวอนจึงขอให้เขาจำไว้ว่า เขายังคงมีความอบอุ่นในตัวเอง

หลังจากที่แฮซูกลับไปแล้ว แบคฮีซองดูเล็บมือตัวเอง และนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ตนเองโทรไปขู่พยานจางยองฮีที่เห็นจองมีซุกถูกลักพาตัวไป รวมทั้งเหตุการณ์ในบาร์ที่เจอกับโทมินซอก  กงมีจาเป็นกังวลอย่างมาก แต่สามีบอกให้ใจเย็นๆ  เพราะไม่มีหลักฐานใดจะชี้ได้ว่าผู้ชายที่โทแฮซูเห็น คือผู้สมรู้ร่วมคิดของโทมินซอก  และมันเป็นแค่คำกล่าวอ้าง  กงมีจากลัวว่าแบคฮีซองจะเป็นอันตรายหากโทฮยอนซูรู้เรื่องนี้  แต่แบคมันอูบอกว่าได้กำจัดเขาไปแล้ว  แบคมันอูดุลูกที่ไม่เลิกกัดเล็บซะที 

ฮีซองเล่าว่า  ในคืนนั้นขณะที่ขับรถอยู่  เขากำลังคุยโทรศัพท์กับประธานยอมและรู้ว่า “ผู้หญิงคนนั้น”จำเขาไม่ได้  ทันใดนั้นเองโทฮยอนซูก็วิ่งออกมาจากป่าข้างทาง ทำให้เขาเบรกไม่ทัน  แบคฮีซองคิดว่า โทมินซอกแม้จะตายไปแล้ว แต่ก็ส่งลูกชายมากำจัดเขา  และสิ่งที่เขาเคยทำก็เป็นเพราะทำตามคำสั่งของโทมินซอกเพราะโดนขู่ว่าหากไม่ทำตาม พ่อแม่ก็จะโดนฆ่า  เขาไม่ได้อยากทำแต่เป็นเพราะความกลัว  ฮีซองขอให้พ่อกับแม่ช่วยปกป้องเขาด้วย

เมื่อทำแผลเสร็จแล้ว ประธานยอมทำร้ายตำรวจที่ควบคุมตัวเขา  และไขกุญแจมือเพื่อหนีออกจากโรงพยาบาล  เขาแอบไปนอนอยู่ข้างถนนรวมกับกลุ่มคนจรจัด  เมื่อหยิบรูปของผู้สมรู้ร่วมคิดขึ้นมาดู ซึ่งก็คือแบคฮีซองที่นั่งอยู่บนวีลแชร์  เขาจึงคิดวางแผนบางอย่างและบอกตัวเองว่ายังมีโอกาสอีกครั้ง

 เช้าวันรุ่งขึ้น  เมื่อสายสืบชเวไปรอโทฮยอนซูที่หน้าบ้าน 
เธอโทรหาเขาและขอร้องว่าอย่าใส่กุญแจมือสามีของเธอ
และเธอจะเป็นคนพาเขาออกไปพบเอง 
สายสืบชเวได้เห็นจีวอนและสามีกุมมือกันแน่นขณะที่ออกมาพบเขา..