Skip to main content

It’s Okay to Not Be Okay

ชื่อเรื่อง : 사이코지만 괜찮아 / It’s Okay to Not Be Okay
ชื่อเรื่องอื่นๆ : Psycho But It’s Okay
ประเภท : โรแมนติก แฟนตาซี
จำนวนตอน : 16
ออกอากาศช่อง : tvN
ช่วงเวลาออกอากาศ : 20 มิ.ย. 2020 - 09 ส.ค. 2020
วันเวลาออกอากาศ : เสาร์ อาทิตย์ 19.00 น.

สปอยตอนที่ 2


คังแทได้เจอมุนยองอีกครั้ง เธอที่มีดวงตาเหมือนคนที่เขาแอบชอบในวัยเด็ก
ซึ่งเคยช่วยชีวิตเขาไว้ ผู้หญิงที่มีแววตาไร้ความอบอุ่น
เขาคอยติดตามเธอ จนกระทั่งเห็นเธอฉีกปีกผีเสื้อต่อหน้า เขาจึงวิ่งหนีไป

มุนยองถามเขาว่ากลัวผู้หญิงคนนั้นหรือไม่ แต่เขาตอบว่าชอบเธอ แม้จะไม่ใช่ความทรงจำที่ดีนักก็ตาม มุนยองจึงคิดว่าเขากำลังจีบเธอและบอกว่าความทรงจำที่ไม่ดี มักจะติดอยู่ในใจเสมอ..

-------------------------------------
เมื่อประธานอีมาถึงจึงต่อว่าซึงแจที่ปล่อยให้คังแทและมุนยองได้พบกัน เขานำเงินสดใส่กล่องน้ำผึ้งเพื่อนำมาให้คังแท แต่คังแทปฎิเสธ และขอตัวกลับซึงแจเตือนให้เขาขอลายเซ็นจากมุนยอง มุนยองได้ยินจึงรีบหยิบหนังสือเล่มใหม่ “เด็กน้อยซอมบี้”
ที่พึ่งตีพิมพ์เสร็จและเซ็นให้กับคังแท โดยระบุชื่อพี่ชายของเขา "มุนซังแท"


มุนยองยืนมองคังแทจากด้านบนอาคารขณะที่เขากำลังเดินกลับ และพูดกับตัวเองว่างดงามและอยากได้ จึงสั่งให้ยุนซึงแจสืบเรื่องของเขาโดยไม่ให้บอกประธานอี

ขณะที่แจซูกำลังกินข้าวอยู่กับมุนซังแท เมื่อคังแทโทรมาและได้ยินว่าได้ลายเซ็นของมุนยองแล้ว ซังแทรีบลุกออกจากร้านทันที

แต่ทว่าเมื่อคังแทเปิดหนังสือ จึงเห็นคำเชิญของมุนยองให้ซังแทไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ และจะถ่ายรูปด้วยพร้อมลายเซ็น..

มุนซังแทตื่นเต้นมากและเลือกเสื้อผ้าเพื่อจะไปร่วมงานของมุนยอง
คังแทเตรียมตัวเก็บของเพื่อที่จะย้าย ขณะที่แจซูก็ติดประกาศให้เช่าร้านไก่ทอดของเขา คังแทขอให้แจซูพาพี่ชายของเขาไปงานของมุนยอง

คังแทไปทำงานรับจ้างเป็นพนักงานขนของขณะที่บาดแผลที่มือยังไม่หายดี นัมจูรีแวะมาหาแจซูที่ร้านและถามถึงคังแท จากนั้นเธอก็ไปหาเขาที่โรงงานเพราะได้ข่าวว่าเขากำลังจะย้าย เธอแนะนำว่าที่โรงพยาบาลจิตเวชรื่นรมย์ที่เธอทำงานอยู่นั้น กำลังรับสมัครผู้ดูแลคนป่วยที่มีประสบการณ์

มุนคังแทสนใจงานนี้ แต่เมื่อรู้ว่าโรงพยาบาลอยู่ที่เมืองซองจินบ้านเกิดของเขา ทำให้คังแทนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ต้องสูญเสียแม่ไป และในตอนนั้นมุนซังแทก็เอาแต่พูดว่าเป็นเพราะผีเสื้อทำให้แม่ตาย และผีเสื้อจะตามฆ่าเขาด้วย คังแทรู้ว่าตนเองจะถูกส่งไปอยู่ที่ศูนย์ดูแลเด็ก และพี่ชายของเขาจะถูกส่งไปที่สถานสงเคราะห์เด็กพิเศษ มุนคังแทจึงพาพี่ชายหนีเป็นความทรงจำที่เขายากจะลืม

ก่อนที่นัมจูรีจะกลับ เธอยังบอกคังแทอีกว่าหากเขาสนใจไปทำงานที่ซองจินสามารถพักที่บ้านของเธอได้ นัมจูรีนึกถึงคำพูดของแจซูว่าคังแทจะไม่ผูกพันกับใครลึกซึ้งเป็นอันขาด เพราะเขาต้องย้ายที่อยู่ทุกๆ ปีสาเหตุเพราะผีเสื้อ

แจซูเมาค้างและไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่คังแทโทรตามเขา
และไม่ได้พาพี่ซังแทไปงานของมุนยองได้
คังแทจึงต้องพาพี่ชายไปเอง เมื่อถึงที่งานเปิดตัวหนังสือ เขาบอกให้พี่ชายต่อแถวที่ยาวเหยียดเพื่อขอลายเซ็น และเขาจะยืนรออยู่ที่หน้าห้องน้ำ หลังจากนั้นจะพาไปซื้อสารานุกรมไดโนเสาตามที่สัญญาไว้

โกมุนยองมองลงมาเห็นพวกเขาและประธานอีซึ่งเดินอยู่กับนักวิจารณ์หนังสือของเธอ คังแทเดินออกไปรับโทรศัพท์ของแจซูที่เพิ่งตื่น

ขณะที่มุนซังแทมองเห็นเด็กที่ใส่ชุดไดโนเสายืนเข้าคิวอยู่ด้านหน้า เขาจึงเดินไปหาและท่องลักษณะของไดโนเสาร์ สเตโกซอรัสซ้ำๆ พ่อแม่ของเด็กไม่พอใจและรู้สึกหวาดกลัวจึงผลักเขาล้มลงพร้อมทั้งจิกผม ทำให้มุนซังแทเกิดอาการคุ้มคลั่ง

คังแทรีบวิ่งเข้ามาหาพี่ชายโดยถอดเสื้อคลุมหัวเขาและปลอบใจ ขณะที่โกมุนยองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เธอกำลังนั่งตัดสินใจว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเดินลงมา และขอให้พ่อเด็กขอโทษเธอ ที่ทำให้งานแจกลายเซ็นต้องเกิดเรื่องวุ่นวาย จากนั้นเธอก็จิกผมของเขาต่อหน้าผู้คนที่อยู่ตรงนั้น และว่าแม่ของเด็กว่า “นังบ้า” เหมือนที่เธอว่ามุนซังแท

มุนซังแทไปหลบอยู่ในห้องคลังสินค้า โดยที่คังแทและมุนยองนั่งคุยอยู่หน้าห้อง เขาบอกว่าเมื่อพี่สงบก็จะออกมาเอง อย่างน้อยก็หนึ่งชั่วโมงหรือไม่ก็สองวัน มุนยองจึงจะไปเปิดประตู แต่คังแทรั้งไว้และบอกให้ไปทำธุระของเธอเองโดยไม่ต้องห่วง แต่มุนยองปฎิเสธว่าเธอไม่ได้ห่วงใคร

เธอสังเกตว่าซังแทมีจุดอ่อนที่ท้ายทอยและทำท่าเลียนแบบ คังแทไม่พอใจจึงกระชากมือและยืนจ้องหน้าเธอ มุนยองจึงถามเขาว่ากล้าสบตาเธอแล้วหรือและถอดหมวกของงเขาออกพร้อมทั้งขยี้ผมที่หน้าผากเบาๆ เธอบอกเขาไม่ให้สวมหมวกเพราะมันปิดบังความงดงามของใบหน้า คังแทคว้าหมวกกลับมาสวมตามเดิม มุนยองยังหยอกเขาอีกว่า หน้าผากของเขาคงเป็นจุดที่ไวต่อความรู้สึก

นักวิจารณ์หนังสือผ่านมาและพูดจาแขวะมุนยองจนเธอเกือบตบหน้าเขา แต่คังแทคว้ามือของเธอไว้เสียก่อน เขาเข้าใจว่ามุนยองและคังแทเป็นคู่รักกัน จึงเตือนคังแทให้ระวังตัวเพราะโดฮีแจแม่ของเธอซึ่งเป็นนักเขียนอยู่ๆ ก็เสียชีวิต และโกแดฮวานสถาปนิกผู้เป็นพ่อก็ต้องเข้าโรงพยาบาลจิตเวช ขณะที่คังแทยังคงกุมมือมุนยองไว้อยู่อย่างนั้น เมื่อเขาไปแล้วมุนยองจึงขอให้คังแทปล่อยมือเธอ

เขาพยายามรั้งเธอไว้เมื่อเห็นว่าเธอเดินตามนักวิจารณ์คนนั้นไป มุนยองไม่พอใจที่เขาจะเขียนวิจารณ์เธอและว่าเธอเป็นพวกต่อต้านสังคม และยังขอนอนกับเธออีก คังแทตามมาพบว่าเธอเกือบจะใช้ปากกาจิ้มตาของนักวิจารณ์คนนั้น แต่กลับโดนเธอผลักตกบันไดลงมาพร้อมกับเงินที่ปลิวกระจัดกระจายจากกล่องน้ำผึ้งในมือ

เมื่อรถพยาบาลมารับเขาไปแล้ว คังแทจึงสอนวิธีสงบสติอารมณ์ให้มุนยอง โดยเขายืนอยู่ข้างหลังและให้เธอสูดหายใจลึกๆและทำมือไขว้ที่หน้าอกเป็นรูปตัวเอกซ์ ซึ่งเรียกท่านี้ว่าการกอดแบบผีเสื้อ ใช้สำหรับผู้ที่มีบาดแผลในใจ มุนยองหันกลับมาและโน้มคอคังแทเข้ามาใกล้และพุดว่าคนที่มีบาดแผลในใจจะต้องต้องเผชิญหน้ากัน มิใช่การกอดจากด้านหลัง

มุนซังแทออกมาจากห้องและไม่เจอใครจึงนั่งรออยู่ตรงนั้น มุนยองเดินตามคังแทที่กำลังเดินไปหาพี่ชาย เธอขอให้คังแทมาเป็นสลักนิรภัยของเธอเพื่อคอยห้ามเวลาที่เธอโมโห แต่เขาปฏิเสธและใช้คำว่า”ไม่ต้องมาพบกันอีก”เช่นเดียวกับการบอกลาผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว มุนยองยังคงเดินตามเขาและบอกว่าเธอไม่ใช่ผู้ป่วยที่จะใช้คำนั้นได้ คังแทให้เหตุผลว่าเขาควรหลีกเลี่ยงคนอย่างเธอ เพราะไม่ว่ายาชนิดใดก็ไม่สามารถรักษาได้ เพราะเธอเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด มุนยองกลับสบประมาทเขาว่ากลัวเธอและขี้ขลาด

ซังแทนั่งกอดหนังสือที่ปราศจากลายเซ็นด้วยความเศร้าขณะนั่งรถกลับพร้อมคังแท เขาจึงเบี่ยงเบนความเศร้าของพี่ชายโดยแกล้งปวดท้องและคว้าสารานุกรมไดโนเสาออกจากเสื้อมาให้ ขณะที่ซังแทกำลังเพลินกับสารานุกรมอยู่นั้น คังแทก็นึกถึงคำพูดของมุนยองตอนที่ถอดหมวกและขยี้หน้าผากของเขา

คังแทอยากให้แจซูตั้งหลักปักฐานอย่างมีความสุข จึงบอกไม่ให้ย้ายตามเขาและพี่ชายอีกต่อไป แจซูรู้ได้ว่าคังแทต้องมีปัญหากับมุนยองแน่ๆ คังแทระบายความในใจว่าแต่เดิมเขาต้องหนีไปเรื่อยๆ ก็เพราะพี่ แต่ตอนนี้เขาไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเขาเองกำลังหนีอะไรบางอย่างและบังคับให้พี่ไปด้วย

ขณะที่กำลังเก็บข้าวของอยู่นั้น คังแทถามพี่ชายถึงบ้านเก่าที่ซองจิน เพราะไม่แน่ใจว่าหากย้ายกลับไปอยู่แล้ว เขายังจะหวาดกลัวผีเสื้ออยู่อีกหรือไม่ แต่ซังแทรีบตอบรับว่าไปสิทันที และเพราะชอบกินจัมปงเจ้าประจำ คังแทจึงโทรบอกนัมจูรี

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันแจกลายเซ็น ทำให้มุนยองกลายเป็นข่าวดังรวมทั้งพฤติกรรมแปลกๆ ของเธอจากคลิปเก่าๆ ในอดีต จนทำให้มีผู้เรียกร้องให้ถอนชื่อเธอออกจากการชิงรางวัลแอนเดอร์เซน รางวัลโนเบลจิ๋วแห่งวงการวรรณกรรมเด็ก และหนังสือเล่มใหม่ของเธอ “เด็กน้อยซอมบี้” ยังถูกยกเลิกการวางจำหน่ายเพราะภาพประกอบที่ดูโหดร้ายเกินไป

ขณะที่ทุกคนในสำนักพิมพ์กำลังเคร่งเครียดและไม่สามารถติดต่อมุนยองได้ เธอกำลังขับรถไปเมืองซองจิน ตามประวัติของคังแทในข้อความที่เธอได้รับจากซึงแจ

ซึงแจสารภาพผิดกับประธานอีและให้เขาดูข้อความ เมื่อประธานอีโทรถามมุนยองว่าอยู่ไหน เธอกลับถามเขาเรื่องนิทาน “รองเท้าแดง” ของแอนเดอร์เซน สาวน้อยที่สวมรองเท้าสีแดงไปทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่สถานที่ที่ควรสำรวม เพราะรองเท้าแดงคู่นั้นทำให้เท้าทั้งสองเต้นรำได้เองโดยไม่หยุดและไม่สามารถถอดออกได้ ต่อให้เพชฌฆาตตัดข้อเท้า รองเท้าแดงก็ยังคงถูกสวมอยู่อย่างนั้น เปรียบเสมือนบางสิ่งที่ตัดอย่างไรก็ตัดไม่ขาด

มุนยองแต่งตัวในชุดเฉิดฉายและสวมรองเท้าสีแดงไปหาคังแทที่โรงพยาบาลจิตเวชรื่นรมย์ ขณะที่เขากำลังเริ่มงานใหม่ เธอบอกตนเองว่าตอนนี้เธอพบรองเท้าสีแดงของเธอแล้ว..