5

Submitted by fonnini on Mon, 07/29/2019 - 06:25

มันวอลใช้พลังจิตทำให้ประตูห้องเปิด และบอกให้ชานซองรีบวิ่งออกไป
ผีตนนั้นออกมาจากตู้ รีบตามชานซองไป แต่ชานซองปิดประตูได้ทัน
มันวอลสั่งสอนผีตนนั้น จึงทำให้ผีโกรธและร้องเรียกเป็นเสียงมันวอลว่า “กูชานซอง”

ผีตนนั้นเรียก “กูชานซอง ๆ” อยู่หลายครั้ง
กูชานซองได้ยินคิดว่ามันวอลเรียก เกิดความเป็นห่วงจึงวิ่งกลับมาและเปิดประตูห้อง
ผีตนนั้นเห็นประตูห้องเปิด รีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

เป็นฉากที่ในแง่คิดในเรื่องการทำงานได้เป็นอย่างดี

Submitted by fonnini on Sat, 07/27/2019 - 15:10

เป็นฉากที่ในแง่คิดในเรื่องการทำงานได้เป็นอย่างดี
ในชีวิตการทำงานเชื่อว่าทุกคนจะต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากกันมา ทำงานหามรุ่งหามค่ำ อดหลับอดนอน จนล้มป่วย เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบากนะคะ

ฉากนี้เป็นตอนที่ทางบาร์โรตัดสินใจที่จะปิดบริการมายโฮมเพจ ชาฮยอนคิดย้อนไปถึงตอนที่เธอชเคยทำงานอย่างหนักตอนที่เริ่มเปิดบริการมายโฮมเพจนี้ และเป็นงานที่มีความสำคัญกับชาฮยอนมาก และเมื่อมาถึงวันนี้ต้องปิดตัวลง ตอนที่นึกย้อนไปตอนนั้น ตอนที่ต้องทำงานอย่างหนัก หามรุ่งหามค่ำ กว่าจะถึงวันนี้ ฉากนี้ทำให้ให้แง่คิดเรื่องการทำงานมากๆ

มุมของสามสาวที่สื่อออกมาได้ดีมาก

Submitted by fonnini on Sat, 07/27/2019 - 13:50

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีฉากประทับเยอะมาก
ต่อกันด้วย มุมนี้ มุมของสามสาวที่สื่อออกมาได้ดีมาก
ในมุมที่เป็นห่วงเป็นใยกันตลอด 
แยกแยะเรื่องงานเรื่องส่วนตัวได้ดี 
ชอบความสัมพันธ์ของทั้งสามคน ที่สื่อออกมา บทดีจังเลย

#SearchWWW

 

ฉากแบ่งครึ่งระหว่างของโมกอน ทามี

Submitted by fonnini on Sat, 07/27/2019 - 13:49

หลายคนชอบฉากนี้ แอดก็เช่นกัน
ฉากแบ่งครึ่งระหว่างของโมกอน ทามี 
ตัดต่อออกมาละเอียด มุมกล้องดีมากจริงๆ

 

4

Submitted by fonnini on Sat, 07/27/2019 - 08:32

มูฮยอกกับครูฮาโซฮยอน บังเอิญได้เห็นเหตุการณ์... ที่ครูโจทะเลาะกับ ผอ.โรงเรียน อีแทซอกพอดี
ทำให้ได้รู้ว่า คิมฮันซูไม่ใช่คนที่ฆ่าจองซูอา แต่ตัวการของเรื่องก็คือ แทรา นั่นเอง

ครูโจจะเลิกทำงานนี้ จะไม่ยุ่งกับแทราอีกแล้ว... แต่อีแทซอกบอกว่า นั่นแหละคือปัญหา
เพราะแทราเป็นลูกค้าระดับวีไอพีของโรงเรียน

16

Submitted by fonnini on Sat, 07/27/2019 - 08:05


โมกอนได้ไปพบกับสามีของแม่ จึงได้รู้ความจริงทุกอย่างที่เขาอย่างรู้มาตลอด และได้รับของขวัญที่แม่ซื้อเขา

เป็นของขวัญที่แม่ตั้งใจมอบให้เขา
ชิ้นแรก เป็นสมุดโน้ตและเครื่องเขียนต่างๆ เพื่อเป็นของขวัญที่เขาขึ้นชั้นประถม
หวังว่าเขาโตขึ้นจะเป็นคนที่ถ่ายทอดความคิดด้วยคำพูดที่ไพเราะ

ชิ้นที่2 เป็น รองเท้าผ้าใบเพื่อฉลองที่เขาขึ้นมัธยมต้น
หวังให้เขาโตขึ้นเป็นคนที่กล้าหาญพอที่จะเดินในทางทีไม่คุ้นเคย

ชิ้นที่ 3 เป็นนาฬิกาข้อมือ
เพื่อฉลองที่เขาขึ้นมัธยมปลาย หวังให้เขาโตขึ้นเป็นคนที่รู้คุณค่าของเวลา

3

Submitted by fonnini on Fri, 07/26/2019 - 09:40

กีมูฮยอกจะเข้าไปช่วยอันบยองโฮ ที่กำลังถูกจุนแจทำร้าย... แต่ยูบอมจินเข้ามาห้ามไว้
บอมจินบอกว่า ถ้าเข้าไปช่วยตอนนี้ เวลาอื่นบยองโฮจะโดนหนักขึ้น และอาจถึงขั้นตายได้เลย

บอมจินจะช่วยให้ปาร์ตี้หยุด เขาชวนมูฮยอก วิ่งไปอีกตึกหนึ่ง ขึ้นไปห้องชมรมดนตรีและเปิดเสียงเพลงจากลำโพงให้ดัง
จุนแจที่อยู่ในปาร์ตี้ ได้ยินเสียงเลยสั่งให้หยุดงานแล้ว เขากับเพื่อนก็วิ่งมาดูที่ห้องชมรม
แต่บอมจินกับมูฮยอกหนีออกไปแล้ว

มูฮยอกทำทีเป็นถามเรื่องฮันซู แต่บอมจินบอกว่า อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลยเพราะทุกคนเสียใจ

——

ตอนเย็น

15

Submitted by fonnini on Fri, 07/26/2019 - 08:55


ในที่สุดส่วนแบ่งการตลาดของบาร์โรก็สามารถเอาชนะยูนิคอนได้แล้ว
วันที่ทุกคนในทีมต่างเฝ้ารอ ในที่สุดก็ทำได้แล้ว ทามีคิดถึงวันแรกที่เธอเข้ามาทำงานที่บาร์โรจวบจนถึงวันนี้ วันที่สามารถพลิกมาเอาชนะบาร์โรจนได้ส่วนแบ่งทางการตลาดมาเป็นที่ 1 แล้ว

ทุกคนในทีมไปดื่มฉลองด้วยกัน ทามีดื่มอย่างหนักจนชาฮยอนสังเกตเห็นว่าจะต้องมีเรื่องอะไรกับทามีแน่ๆ ชาฮยอนลากทามีออกมาคุยถึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันทามี ชาฮยอนบอกว่าแฟนของเธอกำลังจะเข้ากรม ทามีจึงเธอกับโมกอนเลิกกันแล้ว ชาฮยอนกอดทามี ทั้งคู่ไปดื่มด้วยกันต่อที่ออฟฟิศ นอนคุยกัน ระบายความทุกข์เล่าความในใจออกมา

2

Submitted by fonnini on Thu, 07/25/2019 - 12:36

ในขณะที่จุนอูตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าขโมยนาฬิกาของติวเตอร์
และทุกคนในโรงเรียนเองก็พาก็เชื่อว่าเป็นฝีมือจุนอู

ซูบินไม่เชื่อว่าจุนอูเป็นขโมย
ซูบินมอบหมายงานกลุ่มให้จุนอูโดยไม่ได้สนใจว่าจุนอูจะไปจากโรงเรียนเมื่อไหร่

จุนอูแอบได้ยินฮวียองคุยกับครู และบอกว่าเขาเป็นขโมย และอ้างว่าโจซังฮุนก็เห็นว่าจุนอูเป็นคนขโมยนาฬิกาไปจริง

31-32

Submitted by fonnini on Thu, 07/25/2019 - 10:08

อีโดทาน้ำหอมให้แจฮีที่นอนหมดสติอยู่ แจฮีกลายเป็นเยรินและฟื้นขึ้นมา อีโดกอดเยรินด้วยความดีใจและโล่งอก

อีโดเล่าเรื่องเมื่อ 20 ปีก่อนให้เยรินฟัง